6.09.2555

คน 6 ประเภท!! ที่มีโอกาสติดรับตรงก่อนใคร

วัสดีครับน้องๆ ดูแลตัวเองให้มากๆ สุขภาพในช่วงสอบตรงและแอดมิชชั่นเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เลยนะครับ  ใกล้เข้ามาเต็มทีล่ะสำหรับน้อง ม.6
  


  1. เกรดสวยไม่เกรงใจเพื่อน
               น้องๆ กลุ่มนี้ใครๆ ก็มองว่าเป็นเทพ เพราะมีเกรดเฉลี่ยที่สวยหรู ถือว่าค่อนข้างได้เปรียบมากๆ เนื่องจากรับตรง 70% ขึ้นไปมักจะกำหนดเกรดไว้ด้วย มีตั้งแต่ 2.50 ไปจนถึง 3.5 หากได้ไม่ตรงตามคุณสมบัติก็จะถูกตัดสิทธิ์ โดยเฉพาะโครงการประเภทเรียนดี เรียกว่าเรียนได้เกรดไม่ถึง 3.00 แทบจะได้นั่งมองเฉยๆ  และรอสมัครโครงการอื่น ซึ่งโครงการประเภทเรียนดีนี้ก็มีเยอะทีเดียวค่ะ ดังนั้นก็ตัดคู่แข่งได้ค่อนข้างเยอะ โอกาสติดก็มีเยอะขึ้นตามไปด้วย

   2. มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์/วิทยาศาสตร์ หรือเคยเข้าร่วมโครงการวิทย์ต่างๆ
              สำหรับน้องๆ กลุ่มนี้ เด็กสายศิลป์แทบจะขอบายเลยทีเดียว เพราะว่าคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในกลุ่มนี้จะเป็นน้องๆ สายวิทย์-คณิต ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ซึ่งจะเก่งแค่ได้เกรด 3.50 ในโรงเรียนก็คงไม่พอ เพราะในบางโครงการจะระบุไว้ชัดเจนว่าต้องเคยเข้าร่วมโครงการส่งเสริมวิชาการต่างๆ เช่น ค่าย สวทช., โครงการโอลิมปิกวิชาการของ สสวท., โครงการรับนักเรียนจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์ เป็นต้น แม้ว่าจะเป็นคนกลุ่มเล็กๆ แต่ก็หนักใช่เล่นค่ะ เพราะน้องๆ ก็จะต้องแข่งกันเองเหมือนกัน
    
   3. มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ
              เป็นอีกหนึ่งโครงการรับตรงพิเศษที่ออกมารองรับนักเรียนเฉพาะกลุ่มมากๆ เช่น โครงการรับผู้มีความสามารถพิเศษด้านภาษาไทย, ด้านนาฏศิลป์, ด้านศิลปะ, ด้านกีฬา, ด้านดนตรี ซึ่งทุกมหาวิทยาลัยจะมีโครงการนี้รองรับไว้ เพื่อมาสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยต่อไป ซึ่งหากน้องๆ ที่มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ เหล่านี้ ค่อนข้างได้เปรียบมากทีเดียว เพราะโควตาความสามารถพิเศษนี้จะรับรวม เราสามารถเลือกคณะที่จะเข้าได้ด้วย แต่ทั้งนี้จำนวนรับก็ไม่ได้เยอะอย่างที่คิดนะคะ เรียกว่าต้องมีความสามารถพิเศษ และมีรางวัลมาการันตีจริงๆ ถึงจะเข้าได้สบายค่ะ
              สำหรับความสามารถด้านกีฬา เรียกว่าแทบจะเป็นกีฬาทุกชนิดค่ะ เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล ว่ายน้ำ ยูโด วอลเลย์บอล ฯลฯ
              ส่วนความสามารถพิเศษเฉพาะทาง ก็มักจะใช้ยื่นเข้าคณะหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น ความสามารถพิเศษด้านภาษาไทย ก็จะเข้าคณะอักษร-มนุษย์-ศิลปศาสตร์เอกภาษาไทย ความสามารถพิเศษด้านดนตรีก็จะเข้าคณะกลุ่มศิลปกรรมศาสตร์, ดุริยางคศิลป์

   4. กิจกรรมเยอะ/ เป็นคนดี 
             ใครที่เป็นตัวพ่อตัวแม่ด้านกิจกรรม ทำตั้งแต่ ม.1 ถึง ม.6 มีใบเกียรติบัตรแสดงการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นโหลๆ ถือว่าสบายใจได้เลย เพราะเป็นอีกคนกลุ่มนึงที่มีโครงการรับตรงรองรับค่อนข้างเยอะ ซึ่งในบางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้จำกัดเกรดด้วย ขอแค่เป็นคนที่ทำกิจกรรมจริงๆ ซึ่งสาเหตุที่พี่มิ้นท์คิดว่าคนกลุ่มนี้ได้รับโอกาสเป็นโควตาไม่แพ้กลุ่มเด็กเรียน ก็เพราะว่า คนที่ทำกิจกรรมจะเป็นคนที่มีความคิดที่ดีมีความรับผิดชอบ มีความเป็นผู้นำ สมควรที่จะได้รับการสนับสนุนค่ะ
              อีกกลุ่มนึงที่ใกล้เคียง คือ โครงการประเภทเด็กดีมีคุณธรรม หมายถึง น้องๆ ที่เป็นเด็กดี เรียบร้อย ช่วยเหลืองานของโรงเรียน หรือ เคยบำเพ็ญประโยชน์ให้กับสังคม เคยทำกิจกรรมที่เป็น
ประโยชน์ เช่น เป็นกรรมการนักเรียน เป็นต้น 
              ทั้งสองกลุ่มนี้มีรับตรงเกือบทุกมหาวิทยาลัยเช่นกัน และจุดสำคัญของน้องๆ กลุ่มนี้ ก็คือ ต้องมี portfolio มายืนยันด้วยว่าเราเป็นเด็กดีและเป็นนักกิจกรรมจริงๆ นะ ซึ่งในบางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้มีแค่การพิจารณาพอร์ทเท่านั้น อาจจะมีการเข้าค่ายให้น้องๆ ทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อดูทัศนคติ การวางตัวและลักษณะนิสัยของเราด้วย (นึกว่าเก็บตัวนางสาวไทย)

   5. คนในครอบครัวมีกิจการส่วนตัว
              อย่าเพิ่งงงค่ะน้องๆ กิจการส่วนตัวในที่นี้ ไม่ใช่ว่าครอบครัวหรือพ่อแม่ของน้องๆ ทำอาชีพอะไรก็ได้นะคะ แต่จะต้องเป็นอาชีพที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดตามโควตานั้นๆ เช่น โควตาทายาทร้านขายยา เข้าคณะเภสัช, โครงการทายาทเกษตรกร เข้าคณะเกษตร, โครงการทายาทชาวประมง เข้าคณะประมง, โครงการทายาทธุรกิจการพิมพ์ เข้าสาขาเทคโนโลยีการพิมพ์, โครงการทายาทแพทย์แผนไทย เข้าสาขาการแพทย์แผนไทย ฯลฯ ซึ่งน่าจะมีเพิ่มเติมจากนี้ด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อสนับสนุนน้องๆ ได้ทำในสายนั้นๆ ต่อไป ดังนั้นใครรู้ตัวว่าครอบครัวเข้าข่ายประกอบอาชีพเหล่านี้ก็เล็งๆ หาโครงการประเภททายาทเอาไว้ด้วยนะคะ น่าจะเป็นทางลัดช่วยน้องๆ ได้เยอะเลยล่ะ

   6. เป็นคน "ขยัน"
               ผ่านมา 5 ข้อ น้องๆ คนไหนที่ถอดใจส่ายหน้า ว่าหนูหมดสิทธิ์ทั้ง 5 ข้อแล้ว ก็อย่าเพิ่งท้อไป พี่มิ้นท์ขอจัดน้องๆ ทุกคนเข้ากลุ่มที่ 6 ค่ะ คือ กลุ่มคนประเภทที่มีความขยัน ถึงแม้ว่าเราจะ
ไม่ใช่กลุ่มชนที่มีโควตามารองรับเหมือนคนอื่น แต่ก็ยังมีโครงการรับตรงทั่วประเทศของทุกมหาวิทยาลัยรออยู่ และรับจำนวนเยอะกว่า 5 กลุ่มข้างต้นด้วย ซึ่งจะต้องใช้ความสามารถทางด้านวิชาการล้วนๆ ผ่านข้อสอบของมหาวิทยาลัย หรือข้อสอบ GAT/PAT
               ดังนั้น หากเราขยันอ่านหนังสือ ทำข้อสอบเก่าเยอะๆ อย่ากลัวไปเอง พี่ว่าคนกลุ่มนี้น่าลุ้นที่จะติดรับตรงมากกว่าทั้ง 5 กลุ่มข้างต้นอีกนะครับ เป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนจ้า  ติดตามข้อมูลรับตรงได้ที่บล๊อกเราเลยนะ  www.saengpaeng.blogspot.com

กด Like แล้วติดตามการอัพเดตได้ในหน้าแรกFacebook ตลอด "รับตรง@Admissions"

ติดต่อ-สอบถาม พูดคุยกันจ้า