vip
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Admissions 2558 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Admissions 2558 แสดงบทความทั้งหมด

2.27.2558

"มข.-มศว"ขานรับใช้โอเน็ต5วิชาทันที คัดแอดมิชชั่น"59-ลด"เครียด-วิ่งสอบ" กสพท ไม่มีปัญหา

"มข.-มศว"ขานรับใช้โอเน็ต5วิชาทันที คัดแอดมิชชั่น"59-ลด"เครียด-วิ่งสอบ" แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะปรับเกณฑ์แอดมิชชั่นกลางอย่างไร กสพท ไม่มีปัญหา  ไม่ได้ใช้คะแนนโอเน็ตในการคัดเลือก เพียงแต่ใช้เพื่อให้เด็กตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้มากที่สุด

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายกิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ให้สัมภาษณ์กรณี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) มีมติให้เริ่มลดวิชาทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) เหลือ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยและสังคมศึกษา ส่วน 3 กลุ่มสาระฯ ที่เหลือ ได้แก่ ศิลปะ พลศึกษาและสุขศึกษา และการงานอาชีพและเทคโนโลยี ให้โรงเรียนเป็นผู้จัดสอบ โดยเริ่มทันทีในปีการศึกษา 2558 ซึ่งจะสอบช่วงต้นปี 2559 ว่า นโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับผลการหารือในที่ประชุม ทปอ. เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทปอ.ได้พูดคุยว่าอยากให้เด็กสอบน้อยลงเพื่อลดความเครียด และให้มหาวิทยาลัยที่รับตรงมาก ยอมลดการรับตรง เด็กจะได้วิ่งรอกสอบน้อยลง ทปอ.เห็นด้วยกับการลดโอเน็ตเหลือ 5 วิชา และเห็นว่าเริ่มใช้ในการคัดเลือกนิสิตนักศึกษาในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา (แอดมิสชั่นส์) ได้ทันทีในปีการศึกษา 2559 เนื่องจากโครงสร้างค่าน้ำหนักไม่ต่างจากเดิม โดยปัจจุบันค่าน้ำหนัก 25% อยู่ที่ 5 กลุ่มสาระฯ ส่วน 3 กลุ่มสาระฯ อยู่ที่ 5% เท่านั้น เพียงแต่เปลี่ยนจาก สทศ.มาเป็นโรงเรียนเป็นผู้จัดสอบ 3 กลุ่มสาระฯดังกล่าว ทปอ.เห็นด้วยว่า 3 กลุ่มสาระฯเป็นวิชาทักษะชีวิต ซึ่งแต่ละโรงเรียนมีบริบทที่ต่างกัน ดังนั้นโรงเรียนจึงควรเป็นผู้วัดผลเอง เด็กจะได้ไม่เจอคำถามแปลกๆ จาก สทศ.อีกว่าควรจะตอบอย่างไรดี ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าโรงเรียนพร้อมที่จะวัดผลวิชาทักษชีวิตเหล่านั้นอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าโรงเรียนจัดสอบเอง อาจช่วยเด็กด้วยการปล่อยคะแนน นายกิตติชัยกล่าวว่า เดิมโรงเรียนก็ปล่อยคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPA) อยู่แล้ว ส่วน 3 กลุ่มสาระฯ เราคุยกันว่าแม้โรงเรียนจะช่วยเด็กด้วยการปล่อยคะแนนให้ 100% เต็ม ก็ไม่มีนัยที่จะส่งผลให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะ 3 กลุ่มสาระฯมีค่าน้ำหนักเพียง 5% เท่านั้น ดังนั้น มข.พร้อมที่จะปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวในปีการศึกษา 2558 โดยเชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบกับเด็ก ตรงกันข้ามเด็กจะลดความเครียดที่ไม่ต้องสอบถึง 8 กลุ่มสาระฯ

นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดี มศว กล่าวว่า ที่ถามว่า มศว พร้อมที่จะปฏิบัติตามนโยบายในปีการศึกษา 2558 เลยหรือไม่นั้น เรื่องนี้ไม่ใช่แค่มหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่งพร้อม แต่ต้องทำไปพร้อมกันทั้งหมด โดย ทปอ.เห็นด้วยที่จะลดวิชาสอบโอเน็ตเหลือ 5 กลุ่มสาระฯ โดยให้ค่าน้ำหนัก 25% ส่วนอีก 3 กลุ่มสาระฯ ให้ค่าน้ำหนัก 5% ซึ่งในที่ประชุม ทปอ.ที่ผ่านมามองว่าสัดส่วน 5% จาก 3 กลุ่มสาระฯน้อยมากจนไม่ส่งผลกระทบต่อการได้เปรียบเสียเปรียบ บางคนมองว่าน้อยมากจนไม่ใช้ 3 กลุ่มสาระฯเลยก็ได้ ขณะที่บางคนมองว่าอาจมีผลกระทบบ้าง เนื่องจากพ่อแม่ผู้ปกครองอาจกังวลมาตรฐานในการให้คะแนนของแต่ละโรงเรียนที่อาจไม่เป็นธรรม จึงเห็นว่าไม่ควรใช้ 3 กลุ่มสาระฯ
"มหาวิทยาลัยใช้ค่าน้ำหนัก 25% จาก 5 กลุ่มสาระฯ แต่อีก 3 กลุ่มสาระฯ ขณะนี้มีอยู่ 2 แนวทาง คือ ใช้ 3 กลุ่มสาระฯ ในสัดส่วน 5 % หรือไม่ใช้ ถ้าไม่ใช้จะไปให้ค่าน้ำหนักที่องค์ประกอบใดแทน จะเพิ่มค่าน้ำหนักที่คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรชั้น ม.ปลาย (GPAX), การวัดความถนัดทั่วไป (GAT) การวัดความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ (PAT) หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีคำตอบ เพราะยังไม่ได้พูดคุยกัน สำหรับกรณี ทปอ.มอบหมายให้ มศว วิจัย GAT-PAT นั้น มศว จะวิจัย 3 เรื่องคือ 1.ข้อสอบ GAT-PAT มีความเป็น Attitude Test หรือข้อสอบวัดปฏิภาณไหวพริบวัดแววหรือไม่ 2.GAT-PAT สัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในมหาวิทยาลัยหรือไม่ ถ้าไม่สัมพันธ์กัน ก็ต้องพัฒนาข้อสอบ และ 3.โอเน็ตสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการจบมหาวิทยาลัยหรือไม่ ถ้าไม่สัมพันธ์ ก็ต้องพัฒนาข้อสอบ ทั้งนี้ จะแล้วเสร็จปลายปี 2558 ซึ่งจะช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำและลดการถกเถียงหรือการลองผิดลองถูกเพราะเป็นการหาคำตอบโดยมีงานวิจัยรองรับ

นพ.อาวุธ ศรีศุกรี เลขาธิการกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) กล่าวว่า กสพท.ไม่มีปัญหา เพราะแม้จะลดสอบโอเน็ตเหลือ 5 กลุ่มสาระฯ ก็ยืนยันว่านักเรียนจะต้องมีคะแนนโอเน็ตขั้นต่ำ 60% ถึงจะมีสิทธิเข้าศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์ของ กสพท. โดยจะใช้คะแนนที่ สทศ.จัดสอบเท่านั้น และคิดว่าการปรับครั้งนี้จะไม่เกิดผลกระทบ เพราะ กสพท.ไม่ได้ใช้คะแนนโอเน็ตในการคัดเลือก เพียงแต่ใช้เพื่อให้เด็กตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้มากที่สุด จึงใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการพิจารณาเท่านั้น 

มติออกแล้ว !! สทศ. ไฟเขียวลดสอบโอเน็ตเหลือ 5 วิชา เริ่มปีการศึกษา 2558

  วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 พล.ร.อ. ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการประชุมร่วมผู้บริหาร สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) โดยระบุว่า ที่ประชุมมีมติให้ลดการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ลงจาก 8 กลุ่มสาระวิชา เหลือเพียง 5 สาระวิชา คือ คณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และ สังคมศึกษา

            ทั้งนี้ให้เริ่มในปีการศึกษา 2558 ที่จะจัดสอบช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม 2559 โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งก่อนล่วงหน้า 3 ปี เนื่องจากไม่ติดข้อกฎหมายหรือระเบียบ

            พล.ร.อ. ณรงค์ กล่าวต่อว่า 3 กลุ่มสาระวิชาที่ถูกตัดออก ได้แก่ สุขศึกษา พลศึกษา และศิลปะ นั้นได้มอบให้โรงเรียนไปดำเนินการจัดสอบเอง และสามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อเป็นการลดภาระให้กับนักเรียน เพราะการให้น้ำหนักของ 3 กลุ่มสาระวิชานี้มีน้ำหนักรวมกันเพียงร้อยละ 5 ของคะแนนทั้งหมด

            ในส่วนของ 5 กลุ่มสาระวิชา ที่มีน้ำหนักคะแนนร้อยละ 5 ต่อวิชา รวมกันเป็นร้อยละ 25 นั้น ทาง สทศ. ได้เสนอให้ตนไปหารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ว่า หากมีบางมหาวิทยาลัยต้องใช้คะแนนในส่วนของ 3 กลุ่มสาระวิชาในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อหรือแอดมิชชั่นกลาง หาก ทปอ.ไม่เห็นด้วยจะไปออกแบบทดสอบเองก็ไม่ขัดข้อง

            ส่วนกรณีมีนักเรียนคัดค้านการใช้โอเน็ตมาพิจารณาจบช่วงชั้นและยื่นฟ้อง ศาลปกครองนั้น ยืนยันว่าเป็นสิทธิ์ที่ทำได้และตอนนี้ยังไม่ได้รับไปรษณียบัตรการคัดค้านดังกล่าว

มติ ทปอ.แอดมิชชัน 58 ใช้ O-Net 8 กลุ่มฯ ตามเดิม อนาคตรอดูผลวิจัยก่อน

 ทปอ.ยันแอดมิชชัน 58 ใช้ O-Net 8 กลุ่มสาระเป็นองค์ประกอบตามเดิม ยังไม่ลดเหลือ 5 กลุ่มตามข้อเสนอ ห่วงกระทบเด็กและเตรียมทำหนังสือแจง “ณรงค์” ต่อไป ขณะเดียวกัน ให้ มศว วิจัยใช้ O-Net จำเป็นต่อการจบมหา'ลัยหรือไม่ พร้อมทำหนังสือถึง กยศ.ขอให้เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่กับเด็กปี 1 ปี 58
       
       วันนี้ (22 ก.พ.) ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ได้มีการประชุมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) โดย นายกฤษณพงศ์ กีรติกร  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มอบนโยบายตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ทำให้อุดมศึกษาไทยติดหล่มไม่สามารถพัฒนาได้ คือ ปัญหาธรรมาภิบาล ซึ่งส่งผลให้ศรัทธาที่สังคมมีต่ออุดมศึกษาลดลง เพราะฉะนั้น อุดมศึกษาจึงต้องปรับตัว โดยต้องปฏิรูปจากภายใน มีระบบบริหารจัดการที่ดีเพื่อเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีซึ่งหมายถึงต้องมีคุณธรรม ธรรมาภิบาล และมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน

       
       ด้าน ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดี มทส.ในฐานะประธานทปอ.กล่าวว่า ที่ประชุมหารือกรณีที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เสนอลดสอบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) จาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้เหลือ 5 กลุ่มสาระฯ คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา ส่วนที่เหลืออีก 3 กลุ่มสาระฯ ให้โรงเรียนเป็นผู้จัดสอบเอง ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาเหตุผลที่ สทศ.เสนอว่าอาจเพราะการวัดในบางกลุ่มสาระฯ ไม่ตรงตามการเรียนการสอน ที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น
       
       อย่างไรก็ตาม ทปอ.เห็นว่าเนื้อหาการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระฯ ครอบคลุมทั้งระดับท้องถิ่น ไปจนถึงระดับสากลแล้ว ดังนั้น หากลดจำนวนการสอบลงเหลือ 5 กลุ่มสาระฯ ก็จะมีผลกระทบกับการประเมินในภาพรวม รวมทั้งปัจจุบัน ทปอ.ใช้คะแนนเฉลี่ยตลอดหลักสูตร หรือ GPAX ซึ่งเป็นผลประเมินของทางโรงเรียนมาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา หรือแอดมิชชันอยู่แล้ว
       
       “ที่ประชุมจึงมีมติว่า ในการแอดมิชชัน ประจำปีการศึกษา 2558 จะยังใช้คะแนน O-Net  8 กลุ่มสาระฯ เป็นองค์ประกอบในการเข้าเรียนต่อ 30% เช่นเดิม เพื่อไม่ให้กระทบกับเด็กที่จะสอบแอดมิชชันในปีนี้ถึงกว่า 3 แสนคน ขณะเดียวกัน ทปอ.จะทำหนังสือถึง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ เพื่อชี้แจงเหตุผลดังกล่าว ส่วนปีต่อไป จะมีการปรับองค์ประกอบการเข้าเรียนต่อหรือไม่ ก็ต้องรอดูผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ที่อยู่ระหว่างดำเนินการวิจัยว่าคะแนน O-Net นั้นมีผลต่อการจบการเรียนจบในสถาบันอุดมศึกษาหรือไม่ คาดว่าจะใช้เวลาในการวิจัย 9 เดือน จากนั้นต้องมาพิจารณาเพื่อเตรียมการอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากมีข้อสอบที่สามารถนำมาใช้วัดเชาว์ปัญญาของเด็กได้ และ O-Net ไม่มีผลต่อการจบการศึกษาในมหาวิทยาลัย ก็อาจจะไม่ต้องใช้ O-Net ในการคัดเลือกอีกต่อไป แต่หากจะปรับเปลี่ยนอะไรก็ตามก็จะต้องประกาศล่วงหน้า 3 ปี”ศ.ดร.ประสาทกล่าว
       
       ประธาน ทปอ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ทปอ.ยังได้หารือกันถึงกรณีที่ทางกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ปรับหลักเกณฑ์ผู้กู้ยืม โดยกำหนดว่าผู้ที่จะยื่นกู้ในระดับปริญญาตรีทั้งผู้กู้รายเก่าและรายใหม่ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่น้อยกว่า 2.00  และเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2558  ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าเกณฑ์ดังกล่าวจะไม่ยุติธรรมและตัดอนาคตของนิสิตนักศึกษา โดยเฉพาะนิสิต นักศึกษาชั้นปีที่ 2-3 ที่อาจจะถูกรีไทร์ หรือให้อออกลางคัน ซึ่งจะทำให้เกิดการสูญเสียเงินของผู้ปกครอง 30% และรัฐบาล 70%  ดังนั้น ทปอ.จึงมีมติที่จะทำหนังสือถึง กยศ. ขอให้ทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวและเสนอว่าหากจะเริ่มใช้กับนิสิตนักศึกษา ที่เพิ่งเข้าเรียนใหม่ปีการศึกษา 2558

กด Like แล้วติดตามการอัพเดตได้ในหน้าแรกFacebook ตลอด "รับตรง@Admissions"

ติดต่อ-สอบถาม พูดคุยกันจ้า